วิธีแก้ไข B2 EXTRA เครื่องไม่ตัดการทำงาน เกิดจากอะไร?
เคยไหมครับ? ปกติเวลาที่เราใช้งานเครื่องฉีดน้ำแรงดันสูง พอปล่อยไกปืน เครื่องควรจะหยุดทำงานตามระบบ แต่พอมาเจอกับอาการ ปล่อยปืนแล้วเครื่องยังทำงานต่อ ไม่ยอมตัด ก็เริ่มสงสัยทันทีว่าเครื่องมีปัญหาตรงไหน
สำหรับ FLOW ENERGY B2 EXTRA อาการนี้สามารถเกิดได้จากหลายสาเหตุ แต่ถ้าตรวจสอบเบื้องต้นแล้วไม่พบปัญหาจากน้ำรั่วหรือปืนปิดน้ำไม่สนิท จุดที่ควรให้ความสนใจจะมีอยู่ 2 จุดสำคัญ
คือ
1. วาล์วรักษาแรงดัน
2. Cooping Nut และชุด Pressure Switch ด้านใน
ก่อนจะไปถึงสองจุดนี้ เรามาเริ่มจากสิ่งที่ตรวจสอบได้ง่ายที่สุดกันก่อน
ปล่อยปืนแล้วเครื่องไม่ตัด เกิดจากอะไร?
หลักการทำงานของระบบคือ เมื่อเรากดไกปืน เครื่องจะทำงานเพื่อสร้างแรงดันและส่งน้ำออกไปทางปืน เมื่อเราปล่อยไกและปิดทางน้ำ ระบบจะต้องสามารถกักแรงดันเอาไว้ และทำให้เครื่องเข้าสู่สภาวะหยุดทำงาน ดังนั้น ถ้าปล่อยปืนแล้ว เครื่องยังทำงานต่อ สิ่งแรกที่ต้องตรวจสอบคือ ระบบสามารถรักษาแรงดันไว้ได้หรือไม่ เพราะถ้ามีจุดใดจุดหนึ่งที่ยังมีน้ำไหลออกหรือแรงดันไม่สามารถคงอยู่ได้ เครื่องก็อาจไม่เข้าสู่จังหวะตัดการทำงาน
ก่อนแกะเครื่อง เช็ก 3 อย่างนี้ก่อน
ก่อนจะเปิดหน้ากากหรือถอดชิ้นส่วนภายใน แนะนำให้ตรวจสอบจุดที่มองเห็นได้ก่อน
1. ข้อต่อมีน้ำรั่วหรือไม่?
ลองตรวจสอบข้อต่อทุกจุดว่ามีน้ำซึมหรือรั่วออกมาหรือไม่ แม้จะเป็นจุดเล็ก ๆ ก็ไม่ควรมองข้าม เพราะการรั่วสามารถทำให้แรงดันในระบบไม่คงที่ได้
2. สายมีน้ำรั่วหรือไม่?
ตรวจดูสายฉีดน้ำแรงดันสูงและจุดเชื่อมต่อต่าง ๆ ว่ามีรอยรั่วหรือไม่
3. ปืนปิดน้ำสนิทหรือไม่?
เมื่อปล่อยไกปืนแล้ว ควรสังเกตว่ายังมีน้ำไหลออกจากปลายปืนหรือไม่ ถ้าปืนปิดน้ำไม่สนิท เครื่องก็อาจยังมีการทำงานต่อเนื่องได้
ถ้าทุกอย่างปกติ ให้เช็กจุดที่ 1: วาล์วรักษาแรงดัน
ถ้าตรวจสอบแล้วว่า ไม่มีน้ำรั่ว → ข้อต่อไม่รั่ว → ปืนปิดน้ำสนิท แต่ B2 EXTRA ยังไม่ยอมตัดการทำงาน จุดแรกที่ควรตรวจสอบคือ วาล์วรักษาแรงดัน วาล์วตัวนี้มีหน้าที่เกี่ยวข้องกับการ กักแรงดัน เพื่อให้ระบบสามารถเข้าสู่สภาวะที่ทำให้เครื่องหยุดทำงาน หากวาล์วเกิดปัญหา ระบบก็อาจไม่สามารถทำงานตามปกติ และส่งผลให้เครื่องไม่ตัดการทำงาน
วาล์วรักษาแรงดันเสีย เกิดจากอะไร?
จากข้อมูลในคลิป สาเหตุที่ทำให้วาล์วตัวนี้มีปัญหาสามารถเกิดได้หลายอย่าง เช่น
- มีสิ่งสกปรกเข้าไปด้านใน
- สปริงเกิดการค้าง
- สปริงหัก
- ตัววาล์วไม่สามารถกลับเข้าสู่ตำแหน่งเดิมได้
เมื่อวาล์วไม่สามารถทำงานหรือกลับเข้าสู่ตำแหน่งที่ควรจะเป็น ระบบจึงอาจไม่สามารถตัดการทำงานของเครื่องได้ สำหรับ FLOW ENERGY B2 EXTRA หากเจออาการลักษณะนี้ ควรตรวจสอบวาล์วรักษาแรงดันก่อนที่จะสรุปว่าชิ้นส่วนอื่นเสีย
จุดที่ 2: Cooping Nut และชุด Pressure Switch
หากตรวจสอบวาล์วรักษาแรงดันแล้วพบว่ายังอยู่ในสภาพปกติ อีกจุดหนึ่งที่ต้องตรวจสอบคือ Cooping Nut ชิ้นส่วนนี้อยู่ด้านในบริเวณชุด Pressure Switch / Limit Switch ภายในจะมีชุดเข็มและสปริง ซึ่งต้องสามารถเคลื่อนที่ขึ้นและลงได้ตามการเปลี่ยนแปลงของแรงดัน ถ้าชุดเข็มเกิดการติดขัด การทำงานของ Pressure Switch ก็อาจผิดปกติ และเป็นสาเหตุที่ทำให้เครื่องไม่ตัดการทำงานได้
Cooping Nut เสีย เกิดจากอะไร?
จากข้อมูลในคลิป มีสาเหตุหลัก ๆ ที่ควรตรวจสอบอยู่หลายจุด
1. สปริงล้า
เมื่อใช้งานไปนาน ๆ สปริงอาจเกิดการล้า ทำให้การเคลื่อนที่ของชุดเข็มไม่เป็นปกติ
2. ตะกรันสะสม
หากมีตะกรันสะสมอยู่ด้านใน ชุดเข็มอาจเคลื่อนที่ขึ้นลงได้ไม่สะดวก หรือเกิดการติดขัด
3. โอริงด้านในเสื่อมสภาพ
โอริงที่อยู่ภายในอาจเสื่อมสภาพ โดยเฉพาะหากเก็บเครื่องไว้ในบริเวณที่มีอากาศร้อนเป็นเวลานาน เมื่อโอริงเปลี่ยนสภาพ อาจเกิดการรัดตัวเข็ม ทำให้เข็มเคลื่อนที่ขึ้นลงได้ไม่เป็นปกติ
เช็กชุดเข็มอย่างไร?
จุดสำคัญหลังจากเปิดตรวจสอบคือ ชุดเข็มต้องสามารถขึ้นและลงได้สะดวก ถ้าเข็มติดหรือเคลื่อนที่ไม่คล่อง ควรตรวจสอบว่ามี
- ตะกรัน
- สิ่งสกปรก
- สปริงที่เสียหาย
- โอริงที่เสื่อมสภาพ
อยู่ภายในหรือไม่ หากชิ้นส่วนยังสามารถใช้งานได้ และปัญหาเกิดจากความสกปรก สามารถทำความสะอาดบริเวณเบ้าด้านในและตัวเข็มก่อน แล้วตรวจสอบการเคลื่อนที่อีกครั้ง
ถ้ายังไม่มีอะไหล่ใหม่ ทำอย่างไร?
ในกรณีที่ยังไม่มีอะไหล่ใหม่ และต้องการตรวจสอบเบื้องต้น จากขั้นตอนในคลิปมีการแนะนำให้
ทำความสะอาด → ตรวจสปริง → ตรวจเข็ม → ตรวจโอริง
หากชิ้นส่วนยังไม่เสียหาย ให้ทำความสะอาดให้เรียบร้อย แล้วสามารถใช้ จาระบีขาว เพื่อช่วยหล่อลื่นตามขั้นตอนที่เหมาะสม จากนั้นประกอบกลับและตรวจสอบว่าชุดเข็มสามารถเคลื่อนที่ขึ้นลงได้สะดวกหรือไม่
หมายเหตุ: การถอดชิ้นส่วนบริเวณ Pressure Switch และระบบแรงดันควรทำหลังจากปิดเครื่องและปลดแรงดันในระบบเรียบร้อยแล้ว หากไม่มั่นใจในขั้นตอนการถอดประกอบ แนะนำให้ให้ช่างเป็นผู้ดำเนินการ
หลังประกอบกลับ ต้องทดสอบอะไร?
อย่าเพิ่งรีบปิดหน้ากากแล้วนำเครื่องไปใช้งานหนักทันที ให้ตรวจสอบก่อนว่า ชุดเข็มสามารถขึ้นและลงได้ตามปกติ จากนั้นจึงทดสอบการทำงานของระบบว่า เมื่อกดปืน → เครื่องทำงาน เมื่อปล่อยปืน → ระบบรักษาแรงดัน → เครื่องควรตัดการทำงาน ถ้ายังไม่ตัด ควรหยุดตรวจสอบต่อ ไม่ควรปล่อยให้เครื่องทำงานค้างเป็นเวลานาน

