เครื่องฉีดน้ำแรงดันสูงตัด เกิดจากอะไร? เช็ก 5 จุดก่อนส่งซ่อม
เคยไหม? กำลังฉีดน้ำอยู่ดี ๆ เครื่องฉีดน้ำเเรงดันสูงตัด เครื่องหยุดทำงานเอง ทั้งที่ยังไม่ได้ปล่อยไกปืน พอบีบไกอีกครั้งเครื่องก็กลับมาทำงาน แต่สักพักก็ตัดอีก
อาการแบบนี้ทำให้หลายคนคิดทันทีว่า เครื่องฉีดน้ำแรงดันสูงเสีย หรือมอเตอร์มีปัญหา แต่จริง ๆ แล้วเครื่องตัดการทำงานบ่อยอาจเกิดได้จากหลายจุด และบางสาเหตุสามารถตรวจสอบเบื้องต้นได้เองโดยไม่ต้องรีบส่งซ่อม
สำหรับเครื่องฉีดน้ำแรงดันสูง FLOW ENERGY ก็เช่นกัน หากพบอาการตัด–ต่อผิดปกติ สิ่งแรกที่ควรทำคืออย่าเพิ่งรีบแกะเครื่อง แต่ให้ไล่ตรวจจากจุดที่อยู่ภายนอกก่อน เพราะบางครั้งต้นเหตุอาจเป็นเพียงปืน ข้อต่อ หัวฉีด หรือระบบน้ำเข้า ก่อนอื่นต้องแยกให้ออกว่า “เครื่องตัดตามระบบ” หรือ “เครื่องตัดผิดปกติ”
เครื่องฉีดน้ำแรงดันสูงตัดการทำงาน แบบไหนถือว่าปกติ?
เครื่องฉีดน้ำแรงดันสูงบางรุ่นมีระบบตัดการทำงานอัตโนมัติ เมื่อผู้ใช้งานปล่อยไกปืนและหยุดฉีดน้ำ เครื่องจะหยุดทำงานเพื่อไม่ให้มอเตอร์ทำงานต่อเนื่องโดยไม่จำเป็น ดังนั้น ถ้าเป็นลักษณะ
บีบไก → เครื่องทำงาน
ปล่อยไก → เครื่องหยุด
แบบนี้ไม่ได้หมายความว่าเครื่องเสีย แต่ถ้ากำลังบีบไกฉีดน้ำอยู่ต่อเนื่อง แล้วเครื่องกลับหยุดเอง หรือมีอาการ ทำงาน–หยุด–ทำงาน–หยุด ทั้งที่เราไม่ได้เปลี่ยนวิธีใช้งาน แบบนี้ควรตรวจสอบเพิ่มเติม และนี่คือ 5 จุดที่ควรเริ่มเช็กก่อนส่งเครื่องเข้าซ่อม
1. เช็กปืนฉีดน้ำก่อน
จุดแรกที่ควรดูคือ ปืนฉีดน้ำ เพราะปืนเป็นอุปกรณ์ที่ควบคุมการเปิด–ปิดทางน้ำโดยตรง หากวาล์วภายในปืนทำงานไม่สมบูรณ์ หรือปิดน้ำได้ไม่สนิท อาจทำให้แรงดันภายในระบบเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ลองสังเกตง่าย ๆ ว่าเมื่อปล่อยไกแล้ว
- น้ำยังหยดออกจากปืนหรือไม่
- ไกปืนคืนตัวกลับตามปกติหรือไม่
- ปืนมีอาการฝืดหรือค้างหรือไม่
- เมื่อบีบไก เครื่องทำงานเป็นปกติหรือไม่
หากพบว่าปืนมีน้ำไหลออกทั้งที่ปล่อยไกแล้ว อย่าเพิ่งสรุปว่าเครื่องมีปัญหา เพราะต้นเหตุอาจอยู่ที่ปืนหรือวาล์วภายในปืนก็ได้
2. เช็กข้อต่อและสายว่ามีน้ำรั่วหรือไม่
จุดต่อมาคือ ข้อต่อและสายฉีดน้ำแรงดันสูง แม้จะเป็นเพียงน้ำรั่วหรือซึมเล็ก ๆ ก็สามารถทำให้แรงดันในระบบเปลี่ยนแปลงได้ โดยเฉพาะบริเวณข้อต่อที่มีการถอดเข้า–ออกอยู่เป็นประจำ ลองตรวจตั้งแต่
ทางออกเครื่อง → ข้อต่อ → สายแรงดันสูง → ปืน ดูว่ามีน้ำซึม น้ำหยด หรือรอยรั่วตรงไหนหรือไม่
สำหรับอุปกรณ์ของ FLOW ENERGY ก็ควรตรวจสอบข้อต่อและสายให้เหมาะสมกับการใช้งานของเครื่องอยู่เสมอ เพราะระบบแรงดันสูงต้องอาศัยการเชื่อมต่อที่แน่นและสมบูรณ์ ถ้าพบจุดรั่ว ควรแก้ไขจุดนั้นก่อน แล้วค่อยทดลองเครื่องอีกครั้ง
3. ตรวจหัวฉีดว่าตันหรือไม่
อีกจุดที่หลายคนมองข้ามคือ หัวฉีด เมื่อใช้งานไปนาน ๆ อาจมีเศษดิน ทราย ตะกอน หรือสิ่งสกปรกเข้าไปสะสมบริเวณรูหัวฉีด ทำให้ทางน้ำออกไม่เป็นปกติ เมื่อการไหลของน้ำเปลี่ยนไป แรงดันในระบบก็อาจเปลี่ยนตาม และอาจทำให้เครื่องมีอาการทำงานผิดปกติหรือตัดการทำงานเป็นช่วง ๆ ก่อนส่งซ่อม ลองถอดหัวฉีดออกมาตรวจสอบก่อนว่า รูหัวฉีดสะอาดหรือไม่? ถ้ามีสิ่งอุดตัน ควรทำความสะอาดให้เรียบร้อยแล้วทดลองใช้งานใหม่ และที่สำคัญ ควรเลือกหัวฉีดให้เหมาะกับเครื่อง ไม่ควรเลือกจากตัวเลขแรงดันเพียงอย่างเดียว เพราะขนาดรูหัวฉีดก็มีผลต่อการทำงานของระบบเช่นกัน
4. เช็กฟิลเตอร์กรองน้ำเข้าเครื่อง
อีกจุดที่ควรตรวจเป็นประจำคือ ฟิลเตอร์ทางน้ำเข้า หน้าที่ของฟิลเตอร์คือช่วยกรองสิ่งสกปรกก่อนน้ำจะเข้าสู่ระบบปั๊ม หากมีฝุ่น ตะกอน หรือเศษสิ่งสกปรกสะสมมาก น้ำก็อาจไหลเข้าสู่เครื่องได้ไม่เต็มที่ เมื่อระบบได้รับน้ำไม่เพียงพอ การทำงานของเครื่องก็อาจผิดปกติได้ โดยเฉพาะคนที่ใช้น้ำจากแหล่งที่มีตะกอนหรือสิ่งสกปรกมาก ควรหมั่นถอดฟิลเตอร์ออกมาตรวจสอบและทำความสะอาด ฟิลเตอร์ตัน อย่าฝืนใช้ต่อ เพราะนอกจากจะทำให้เครื่องทำงานไม่เต็มประสิทธิภาพแล้ว ยังอาจส่งผลต่อชิ้นส่วนภายในของระบบปั๊มได้อีกด้วย
5. ระบบควบคุมการตัดการทำงาน
ถ้าตรวจทั้ง ปืน ข้อต่อ สาย หัวฉีด และฟิลเตอร์ แล้วทุกอย่างยังอยู่ในสภาพปกติ แต่เครื่องยังมีอาการตัดบ่อยผิดปกติ ขั้นต่อไปคือการตรวจสอบ ระบบควบคุมการตัดการทำงานภายในเครื่อง เครื่องฉีดน้ำแรงดันสูงมีชิ้นส่วนที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมแรงดันและการสั่งตัด–ต่อการทำงาน หากชิ้นส่วนเหล่านี้มีความผิดปกติ เครื่องก็อาจทำงานไม่สัมพันธ์กับการบีบหรือปล่อยไกปืน กรณีนี้ไม่ควรรีบแกะเครื่องโดยไม่มีความรู้ เพราะภายในมีทั้งระบบไฟฟ้า ระบบแรงดัน และชิ้นส่วนที่ต้องประกอบกลับอย่างถูกต้อง หากตรวจสอบภายนอกครบแล้วอาการยังไม่หาย การให้ช่างตรวจสอบต่อจะปลอดภัยกว่า

